จำนวนผู้เข้าชมวันนี้ 50
จำนวนผู้เข้าชมเดือนนี้ 34627
จำนวนผู้เข้าชมเดือนที่แล้ว 2390
รวมผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด 139269
 
 สาระน่ารู้
    ปัญหากลิ่นปาก  
 
    กลิ่นปากคือกลิ่นที่ เกิดขึ้นได้คล้าย ๆ กับกลิ่นเหม็นที่เกิดจากส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ซึ่งเป็นผลมาจากแบคทีเรียในช่องปาก ทำให้เกิดการเน่า มีกลิ่นเหม็นเกิดขึ้น เราสามารถแยกกลิ่นเหม็นออกได้ หลายลักษณะแตกต่างกันคือ กลิ่นที่มาจากด้านหลังของลิ้น กลิ่นที่เกิดจากโรคฟันผุ กลิ่นของโรคปริทันต์ ซึ่งมาจากบริเวณใต้เหงือกและซอกเหงือก กลิ่นที่มาจากฟันปลอม กลิ่นจากการสูบบุหรี่ กลิ่นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ หรือ กลิ่นของอาหารที่รับประทาน
    กลิ่นปากนั้นมีสาเหตุทั้งจากในช่องปากและภายนอกช่องปาก 
    เกิดจากปากสกปรก มี เศษอาหารตกค้าง หมักหมมอยู่ ขาดความเอาใจใส่ของเจ้าของปาก จุลินทรีย์จะเป็นตัวทำให้อาหารที่ตกค้างบูดเน่าส่งกลิ่นเหม็น ซึ่งแม้ว่าจะใช้น้ำยาบ้วนปาก หรือยาอมชนิดใดก็ช่วยเหลือไม่ได้ เพราะ สาเหตุของกลิ่นยังคงอยู่การที่มีโรคในช่องปากนั้น ไม่ว่าจะเป็นโรคฟันผุหรือโรคปริทันต์ ถ้าไม่ได้รักษาให้ถูกต้องจะเกิดกลิ่นปากได้ส่นใหญ่สาเหตุของกลิ่นเกิดจาก
    1.โรคฟันผุ จะมีฟันที่เป็นรูหรือเป็นโพรงแล้วไม่ไปรับการรักษา รูหรือโพรงเหล่านี้จะเป็นที่กักเก็บเศษอาหาร แม้จะแปรงฟันแล้วก็ตาม การแปรงฟันจะทำความสะอาดลงไปในส่วนที่ผุไม่ได้ ซึ่งกำจัดต้นเหตุของกลิ่นไม่ได้ ยิ่งถ้าฟันผุมากจนมีแผลฝีที่รากฟันก็จะมีกลิ่นที่น่ารังเกียจมากขึ้น 
    2.โรคปริทันต์ การมีหินน้ำลาย เหงือกอักเสบ ปริทันต์อักเสบ เหงือกร่น มีหนอง เกิดจากโดยปกติไม่ค่อยทำความสะอาดฟัน หรือทำแต่ไม่ถูกวิธี พอมีเหงือกร่นเศษอาหารจะติดมีการหมักหมมเกิดกลิ่นปากเช่นกัน
เพิ่มกลิ่นเลือดและหนอง จะเป็นการเพิ่มทวีความรุนแรงของกลิ่นให้มากขึ้น บางครั้งการแปรงฟันอย่างเดียวอาจจะช่วยได้ไม่เต็มที่ บางครั้งอาจจำเป็นต้องพึ่งยาปฎิชีวนะ ร่วมกับยาอมบ้วนปากฆ่าเชื้อโรคด้วย 
    3.เมื่อเกิดสภาวะผิดปกติในปาก เช่น ยามที่เจ็บป่วยเรื้อรังมักจะมีอาการขาดน้ำ น้ำลายน้อยข้นเหนียว ลิ้นเป็นฝ้าจะทำให้เศษอาหารตกค้างได้มากก็เกิดกลิ่นได้เช่นกัน 
    4.ในกรณีที่ใส่ฟันปลอมที่ผิด หรือฟันปลอมดีแต่ดูแลไม่ถูกต้องนั้นจะก่อให้เกิดปัญหา เพราะมักจะมีเศษอาหารเข้าไปติดได้ และทำความสะอาดยาก เกิดหมักหมมมีกลิ่นได้ บางครั้งฟันปลอมนั้นดีและถูกต้องเพราะทำขึ้นโดยทันตแพทย์ แต่ขาดการดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาด เช่น ถ้าเป็นชนิดถอดได้แต่ไม่ถอดออกมาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ หรือเป็นชนิดติดแน่น แต่ไม่ทำความสะอาดหมดจดจริง ๆ ก็เป็นแหล่งเกิดกลิ่นได้อย่างมากมาย 
    5.การสูบบุหรี่นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั่วไปแล้ว ยังเป็นปัจจัยเสริมให้เป็นโรคปริทันต์รุนแรงมากขึ้นด้วย กลิ่นของบุหรี่ที่ตกค้างอยู่ในช่องปากผสมกับกลิ่นอื่น ๆ ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเฉพาะขึ้นได้ 
    6.การมีแผลในปาก แผลการถอนฟัน แผลผ่าตัด ที่ดูแลไม่ถูกต้องอาจทำให้มีเลือดซึมปนกับอาหาร ประกอบกับการไม่ได้ให้ฟันข้างเคียงที่มีบริเวณแผลเคี้ยวอาหาร และยังทำความสะอาดลำบาก ก็จะทำให้มีเชื้อโรคเกิดขึ้นมากกว่าปกติ ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ นอกจากนี้แผลเรื้อรังในช่องปาก เช่น แผลมะเร็ง แผลวัณโรค แผลจากโรคซิฟิลิสเป็นตัวการของกลิ่นที่รุนแรงได้เช่นกัน ได้แก่ การรับประทานอาหารบางประเภทที่มีกลิ่นรุนแรง อาหารเหล่านี้ได้แก่ อาหารพวกหอม กระเทียม ชะอม ปลาร้า ปูดอง แอลกอฮอลล์ ทุเรียน เป็นต้น กลิ่นจะตกค้างอยู่ในช่องปาก และทางเดินอาหารส่วนอื่น ๆ เมื่อเรอออกมาก็จะมีกลิ่นเฉพาะของอาหารพวกนี้ออกมาด้วย 
    เมื่อร่างกายดูดซึมสารที่ทำให้เกิดกลิ่นเหล่านี้เข้าไปในทางเดินกระแสโลหิต และขับออกมาทางลมหายใจ จึงทำให้มีกลิ่นปนออกมากับลมหายใจด้วย ทั้งนี้แม้ในช่องปากจะทำความสะอาดอย่างดีแล้วก็ตาม และกลิ่นปากยังอาจเกิดจากโรคระบบอื่นของร่างกาย เช่นไซนัสอักเสบ ซึ่งเป็นการอักเสบของโพรงอากาศในกระดูกของใบหน้าที่มีการติดเชื้อจะส่งกลิ่น รุนแรง นอกจากนั้นยังมีโรคทอลซิลอักเสบเรื้อรัง วัณโรคปอด โรคกระเพาะอาหาร  
    ความรุนแรงของกลิ่นขึ้นอยู่กับสภาวการณ์และสาเหตุที่เอื้อให้เกิดกลิ่นมากน้อยในระดับที่แตกต่างกัน บาง รายมีปัจจัยที่เอื้อหลายๆสาเหตุก็จะทำให้มีกลิ่นปากรุนแรงมากกว่า เช่น คนป่วยที่เป็นโรคมะเร็งหรือเป็นไซนัสอักเลบ และมีโรคปริทันต์ร่วมด้วย กลิ่นปากก็จะทวีความรุนแรงมากกว่าคนที่เป็นโรคปริทันต์เพียงอย่างเดียว ตัวเองจะต้องดูแลอนามัยช่องปากให้สะอาด และรักษาสภาวะในช่องปากให้เป็นปกติ หากมีสภาพเหงือกหรือฟันที่เป็นโรค ควรรีบรักษา ในกรณีที่มีฟันเก มีซอกเหงือกหรือร่องเหงือกที่ทำให้มีเศษอาหารตกค้าง ควรใช้ไหมขัดฟันช่วยทำความสะอาดที่บริเวณนี้เพิ่มขึ้น จากการแปรงฟัน ลิ้นก็ควรแปรงให้สะอาดและแปรงให้ถึงโคนลิ้น และควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอาการปากแห้ง 
    เราสามารถป้องกันกลิ่นปากโดยการทดสอบอย่างง่าย ๆโดยทั่วไป จะใช้วิธีการเอามือปิดปากและจมูก เป่าลมแรง ๆ ออกจากปาก และดม ซึ่งบางคนก็สามารถบอกได้ว่ามีกลิ่นปากหรือไม่ หรือจะใช้วิธีเลียที่ข้อมือ และดมดู ในบางคนอาจจะใช้นิ้วมือถูที่บริเวณเหงือก แล้วนำมาดมกลิ่นว่าเหม็นหรือไม่ และอีกวิธีคือ ขอร้องให้คนใกล้ชิดช่วยบอกก็ได้ เมื่อทดสอบดูแล้วพบว่ามีกลิ่นปากดังกล่าวในข้างต้นก็สามารถที่จะป้องกันได้ตามสาเหตุที่เป็นเช่นในกรณีมีฟันผุเป็นรูหรือโพรงซึ่งสามารถไปรับการรักษาโดยการอุดฟัน และการดูแลความสะอาดในช่องปากด้วยวิธีการแปรงฟันที่ถูกวิธี 
    ประวัติยาสีฟัน
    ยาสีฟันถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในสมัยอียิปต์โบราณโดยยาสีฟันในสมัยนั้นทำจาก วัตถุดิบธรรมชาติได้แก่ เกลือป่น พริกไทยป่น ใบมินต์ และดอกไอริช ในสมัยโรมันมีการคิดสูตรยาสีฟันขึ้นมาใหม่ทำจากปัสสาวะของมนุษย์ โดยชาวโรมันเชื่อว่าแอมโมเนียที่อยู่ในปัสสาวะจะช่วยให้ฟันขาวสะอาดขึ้น ต่อ มาช่วงราวศตวรรษที่ 18 ยาสีฟันสูตรอเมริกันที่ใช้ขนมปังเผาเป็นวัตถุดิบก็ได้ถือกำเนิดขึ้น นอกจากนั้นยังมีการคิดค้นสูตรยาสีฟันที่ทำจากส่วนผสมของยางต้นไม้ อบเชย และ สารส้มเผาแต่การใช้ยาสีฟันยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย    
    กระทั่งในช่วงศตวรรษที่ 19 ประมาณช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง บริษัทแห่งหนึ่งได้คิดค้นยาสีฟันแบบครีมอยู่ในหลอดบีบออกจำหน่าย ถือเป็นเจ้าแรกที่คิดค้นสูตรยาสีฟันแบบครีมที่ยังคงมีใช้จนถึงปัจจุบัน
    สำหรับ การทำความสะอาดฟันของคนไทยเริ่มจากใช้เปลือกข่อยขัดฟัน ใช้มือถูหรือใช้ผ้าขัด และผู้สูงอายุในชนบทที่เคี้ยวหมากจะใช้เปลือกหมากนั้นขัดฟันไปด้วย
    ยาสีฟันใช้คู่กับแปรงสีฟันในการทำความสะอาดฟันและเหงือกทำให้เรารู้สึกสดชื่น หลังจากแปรงฟันจากพระราชบัญญัติเครื่องสำอางพศ.2535 ที่กำหนดไว้ว่า"เครื่องสำอางคือวัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ทาถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบ หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใด ต่อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเพื่อความสะอาด ความสวยงามหรือส่งเสริมให้เกิดความสวยงาม และรวมตลอดทั้งเครื่องประทินผิวต่างๆด้วย แต่ ไม่รวมถึงเครื่องประดับและเครื่องแต่งตัวซึ่งเป็นอุปกรณ์ภายนอกร่างกาย" 
    ยาสีฟันจึงจัดเป็นเครื่องสำอางชนิดหนึ่งที่ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยต้องใช้กันเป็นประจำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง โดยปกติหลายคนคงเคยสงสัยว่ายาสีฟันนี้ทำจากอะไร ช่วยให้ฟันและเหงือกสะอาดได้อย่างไร นอก จากนี้ในปัจจุบันมียาสีฟันจำนวนมากวางขายตามท้องตลาด ทำให้อาจมีคำถามตามมาอีกว่าจะเลือกใช้ยาสีฟันยี่ห้อไหนดีก่อนที่จะตอบคำถาม ข้อหลังได้คงต้องตอบคำถามข้อแรกก่อนว่ายาสีฟัน ทำจากอะไรบ้าง การทราบถึงส่วนประกอบต่างๆ ของยาสีฟันจะช่วยให้สามารถเข้าใจสมบัติของสารนั้นๆ และเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม    
 
    

ห้าดาวคอสเมติกส์
 
1/34   ม.11   ม. อิ่มอัมพร 2  แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน   กทม. 10170

โทร. 081-4257363, 02-410-6684  E:Mail    komkrit
222@hotmail.com, WWW.SAMONPRITHAI.COM

Current Pageid = 4